Home เรื่องทั่วไป รู้ทัน ! แชร์ลูกโซ่ สังเกตอย่างไร ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ

รู้ทัน ! แชร์ลูกโซ่ สังเกตอย่างไร ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ

8 second read
0
0
532

การลงทุนธุรกิจถือเป็นเรื่องดี แต่การจะลงทุนต้องศึกษาให้ดีเสียก่อน มิฉะนั้นจะตกเป็นเหยื่อของพวกไม่หวังดีได้ ดังเช่น “แชร์ลูกโซ่”

ขบวนการหลอกลวงอย่าง “แชร์ลูกโซ่” อยู่คู่กับสังคมไทย ทุกยุค ทุกสมัย และไม่เคยหายห่างไปไหนเลย แม้ปัจจุบันเราจะสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้อย่างรวดเร็ว ก็ยังมีหลายคนหลงเชื่อไปกับกลุ่มมิจฉาชีพเป็นจำนวนมาก เพราะความโลภ และความอยากรวยทางลัด จึงเป็นจุดอ่อนให้มิจฉาชีพหลอกเอาเงินไปได้ แม้กระทั่งในยุคที่การติดต่อสื่อสารสะดวกรวดเร็วมากขึ้น แต่ทว่านี่กลับเป็นดาบสองคมที่ถูกกลุ่มมิจฉาชีพนำจุดนี้มาหลอกลวงให้คนตกเป็นเหยื่อ สร้างเครือข่ายจำนวนมากได้อย่างรวดเร็ว

โดยปัจจุบันการหลอกลวงแฝงมากับธุรกิจที่ซับซ้อนขึ้น และปรับเปลี่ยนรูปแบบให้ตอบโจทย์คนในแต่ละยุคสมัย ทำให้มีคนตกเป็นเหยื่อได้อย่างไม่น่าเชื่อ ตั้งแต่ สินค้าเกษตร น้ำมัน เงินตราต่างประเทศ การจัดสัมมนาขายตรง หรือแม้แต่ธุรกิจทัวร์ต่างประเทศเอง ก็ยังมีมิจฉาชีพนำมาแปรสภาพเพื่อหลอกลวงต้มตุ๋นเอาเงินไปได้แบบเนียน ๆ

เพราะฉะนั้น เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของขบวนการแชร์ลูกโซ่ มาดูกันว่าจะมีวิธีสังเกตเบื้องต้นอย่างไรบ้าง ว่าธุรกิจนั้น เข้าข่ายแชร์ลูกโซ่หรือเปล่า และยังมีกลลวงอะไรอีกที่เราต้องรู้เท่าทัน จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อง่าย ๆ

แชร์ลูกโซ่ คืออะไร

ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจกันก่อนว่า แชร์ลูกโซ่นั้นคืออะไร โดยแชร์ลูกโซ่ จะเน้นการระดุมทุนจากสมาชิก จูงใจด้วยผลตอบแทนสูง และมักอ้างว่านำไปลงทุนในธุรกิจที่มีกำไรดี แต่จริง ๆ แล้วต้องการที่จะหาสมาชิกใหม่ให้ได้มาก ๆ เพื่อนำเงินจากรายใหม่มาจ่ายให้รายเก่า ซึ่งจะทำแบบนี้เป็นทอด ๆ กันเป็นลูกโซ่ ท้ายที่สุดจนเมื่อถึงจุดที่ธุรกิจหมุนเงินไม่ทัน ก็จะเริ่มเลื่อนการจ่ายผลตอบแทน และหนีไปในที่สุด ทิ้งสมาชิกจำนวนมากไว้เบื้องหลัง

ภาพจาก ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน

สังเกตได้อย่างไร ว่านี่คือแชร์ลูกโซ่

1. เปิดระดมทุนไม่อั้น
ไม่ว่าใครก็สามารถเข้ามาลงทุนกับธุรกิจเครือข่ายนี้ได้ รวมทั้งยังได้รับเงินส่วนต่างพิเศษเพิ่มอีก หากมีการชักชวนคนอื่นให้เข้ามาลงทุนด้วย

2. การันตีผลตอบแทนสูงมาก
มีการรองรับผลตอบแทนที่จะได้สูงมาก ๆ จากการลงทุนในระยะเวลาอันสั้น เพื่อเรียกความสนใจให้เราเข้าไปลงทุน และหว่านล้อมด้วยวิธีต่าง ๆ ให้เรารีบตัดสินใจเข้าลงทุน

3. ตรวจสอบข้อมูลการเงินไม่ได้
เป็นบริษัทที่ไม่สามารถตรวจสอบงบการเงิน หรือข้อมูลการทำธุรกิจได้ ว่าได้กำไรมาจากไหน เอาเงินที่ได้ไปทำอะไรบ้าง รวมถึงไม่สามารถตรวจสอบงบการเงินที่ได้รับรองจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือได้ ทั้งนี้ เราสามารถตรวจสอบงบการเงินเบื้องต้นของแต่ละบริษัทได้จากเว็บไซต์ของกระทรวงพาณิชย์ หรือเว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

4. เชียร์ให้รีบตัดสินใจลงทุน
ธุรกิจแชร์ลูกโซ่ มีจุดประสงค์หลักคือขยายเครือข่ายไปให้มากที่สุด ดังนั้นจึงต้องหาสมาชิกเข้ามาลงทุนด้วยมาก ๆ ซึ่งหากสังเกตได้ว่ามีการหว่านล้อมให้เรารีบเข้าลงทุนโดยเร็ว หรือสร้างบรรยากาศต่าง ๆ ให้คนอยากเข้าลงทุนมากจนเกินปกติ ก็มีโอกาสสูงที่จะเป็นธุรกิจแชร์ลูกโซ่

5. จัดอบรมสัมมนาใหญ่โต
มีการจัดงานอบรมสัมมนาใหญ่โต แล้วเชิญเราเข้าไปรับฟังแผนธุรกิจต่าง ๆ ของบริษัท แต่จริง ๆ แล้วมีจุดประสงค์เพียงแค่ต้องการให้คนเข้าร่วมสัมมนาคล้อยตามและรีบสมัครเป็นสมาชิก

6. อ้างว่ามีบุคคลที่มีชื่อเสียงร่วมลงทุนด้วย
เป็นวิธีหลอกล่อให้คนสนใจร่วมลงทุนมากขึ้น โดยการอ้างบุคคลที่มีชื่อเสียง ไม่ว่าจะเป็นนักแสดง นักร้อง หรือนักธุรกิจชื่อดัง ว่าได้ร่วมลงทุนในธุรกิจนี้เช่นกัน

แชร์ลูกโซ่มีกี่รูปแบบ อะไรบ้าง ?

แชร์ลูกโซ่มีการปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา ออกมาเป็นหลากหลายรูปแบบ และได้ระบาดไปทั่วทุกสายอาชีพ ประกอบกับยังมีความสลับซับซ้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ เรามาดูกันว่าแชร์ลูกโซ่ที่เรามีโอกาสพบเห็น มีแบบไหนบ้าง

1. ลงทุนในสินค้าเกษตร
เป็นรูปแบบที่เกิดขึ้นมานาน แต่ก็ยังมีการนำมาหลอกลวงด้วยการปรับเปลี่ยนวิธีอยู่เรื่อย ๆ โดยหลัก ๆ จะเป็นการหลอกให้เข้ามาลงทุนกองทุนสินค้าเกษตร และการันตีผลตอบแทนที่สูง ซึ่งจะมีการปั่นราคาสินค้าชนิดนั้นในตลาด เพื่อหลอกให้เหยื่อสนใจ ซึ่งที่ผ่านมามีสินค้าเกษตรหลายชนิดที่ถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือ เช่น พันธ์ุไม้กฤษณา ไม้สัก มะม่วง เป็นต้น

2. ขายตรง
ธุรกิจขายตรงบางแห่ง มักแฝงมากับขบวนการแชร์ลูกโซ่ โดยใช้สินค้าเป็นตัวบังหน้าเท่านั้น แต่ต้องการเพียงขยายฐานสมาชิก โดยจะมีการเก็บค่าสมัครสมาชิกและบังคับให้ซื้อสินค้าที่มีคุณภาพต่ำ ในราคาสูง

3. ระดมทุนตั้งบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์
เป็นการขายฝันเพื่อชักชวนให้เข้าร่วมถือหุ้นในบริษัท โดยหลอกว่าบริษัทมีแผนจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ แต่ต้องการที่จะหาสมาชิกให้มากพอก่อน เพื่อจะได้ให้เราไปชักชวนคนอื่นมาร่วมลงทุนด้วย

4. ผลิตภัณฑ์อวดอ้างสรรพคุณรักษาได้สารพัดโรค
หลอกลวงเงินของชาวบ้าน โดยการจำหน่ายผลิตภัณฑ์รักษาโรค แล้วแอบอ้างว่ามีสรรพคุณพิเศษผ่านการใช้โฆษณาชวนเชื่อ จนมีคนหลงเชื่อซื้อมาใช้ จากนั้นจึงสร้างเครือข่ายสมาชิกหลอกให้คนนำเงินมาร่วมลงทุน ทำให้ผู้ตกเป็นเหยื่อเสียทั้งทรัพย์สิน และอาจมีความเสี่ยงต่อสุขภาพจากการทานยาที่ไม่มีคุณภาพอีกด้วย

5. ลงทุนเก็งกำไรอัตราแลกเปลี่ยนต่างประเทศ
เป็นการชักชวนให้เข้าลงทุนในตลาดอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงผลตอบแทนจำนวนมาก ทำให้หลายคนหลงเชื่อเข้าไปลงทุน โดยที่ไม่รู้ว่าธุรกิจดังกล่าวผิดกฎหมาย และไม่ได้รับการรับรองจากธนาคารแห่งประเทศไทย

6. ลงทุนทองคำ และน้ำมัน
มีการจูงใจให้คนเข้ามาร่วมลงทุนเก็งกำไรในราคาทองคำและน้ำมันดิบ โดยหลอกว่าหากเข้ามาลงทุนด้วยจะได้รับผลตอบแทนที่สูงกว่าท้องตลาด รวมถึงยังการันตีผลตอบแทนทุกเดือน

7. คนดังชวนลงทุนทำธุรกิจ
ใช้ชื่อเสียงของคนดังต่าง ๆ ออกมาโฆษณาชักชวนให้คนร่วมลงทุนทำธุรกิจด้วย โดยเอาชื่อเสียงตัวเองการันตีว่าไม่มีการหลอกลวง และให้ตอบแทนที่คุ้มค่าแน่นอน ทำให้หลายคนหลงเชื่อ ตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก

8. แชร์ลูกโซ่ออนไลน์
แชร์ลูกโซ่ออนไลน์เป็นการหลอกลวงทาง Social Media ต่าง ๆ เช่น Line Facebook โดยชักชวนให้เล่นแชร์เป็นแพ็กเกจ มีการจ่ายดอกเบี้ยเป็นเงินปันผลทุกสัปดาห์ และเมื่อวงแชร์มีขนาดใหญ่มากพอ ก็จะปิดวงแชร์แล้วหลบหนีเอาเงินไป

9. ฌาปนกิจสงเคราะห์ปลอม
พบเห็นได้มากในต่างจังหวัด โดยเป็นการชักชวนให้สมัครเป็นสมาชิกเพื่อจ่ายเงินสมทบกองทุนสวัสดิการฌาปนกิจสงเคราะห์รายเดือน โดยมีการจ่ายค่าสมัครครั้งแรก และจ่ายเงินสมทบเข้าทุก ๆ เดือน ซึ่งเมื่อครบตามกำหนดจะได้เงินค่าฌาปนกิจศพ สุดท้ายก็นำเงินหลบหนีไป ไม่จ่ายตามสัญญา

10. ขายทริปเที่ยวในฝัน
เป็นกรณีที่เกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้ จากการสร้างธุรกิจเครือข่ายที่นำแพ็กเกจท่องเที่ยวราคาถูกมาเป็นตัวล่อ ให้มีการจ่ายค่าสมัครแรกเข้า และจ่ายค่าสมาชิกรายเดือน เพื่อมีสิทธิ์ในการซื้อแพ็กเกจท่องเที่ยว รวมทั้งยังมีการหลอกให้ซื้อแพ็กเกจราคาถูกกว่าปกติ เพื่อจูงใจคน แล้วเอาเงินที่ได้หลบหนีไป

ทั้งนี้ เป็นเพียงตัวอย่างลักษณะแชร์ลูกโซ่ที่มีโอกาสพบเห็นได้บ่อย แต่ยังมีอีกหลากหลายรูปแบบที่กลุ่มมิจฉาชีพนำมาปรับเปลี่ยนวิธีการเพื่อใช้หลอกลวงอยู่เรื่อย ๆ

แชร์ลูกโซ่ ผิดกฎหมายหรือไม่

แชร์ถูกโซ่ ถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายอย่างแน่นอน เพราะเข้าข่ายการฉ้อโกง และหลอกลวงผู้บริโภคให้หลงเชื่อ ซึ่งเกี่ยวข้องกับประมวลกฎหมายอาญา ความผิดฐานฉ้อโกง และพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 โดยมีโทษจำคุกกระทงละ 3-5 ปี และโทษปรับวันละ 1 หมื่นบาท

รวมทั้งอาจยังเข้าข่าย ความผิดฐานฟอกเงินตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 – 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

อย่างไรก็ตาม การที่จะเอาผิดแชร์ลูกโซ่ในปัจจุบัน ยังทำได้ยากและไม่สามารถเข้าจับกุมได้ทันที ต้องรอให้มีผู้เสียหายร้องให้ดำเนินคดีก่อน ประกอบกับต้องมีการสอบสวนรวบรวมหลักฐานอย่างยาวนานกว่าคดีจะสิ้นสุด ดังนั้น จึงควรระวังตัวเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อตั้งแต่แรกจะดีที่สุด

ตกเป็นเหยื่อแชร์ลูกโซ่แล้ว ทำอะไรได้บ้าง

หากใครที่รู้ตัวว่าหลงกลให้กับกลุ่มมิจฉาชีพไปแล้ว ให้รีบดำเนินการตามนี้ได้เลย

1. เก็บรวบรวมหลักฐานทุกอย่างที่เกี่ยวข้องไว้ ไม่ว่าจะเป็น หนังสือสัญญา หลักฐานการโอนเงิน เบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่สำนักงาน หรือรูปถ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง

2. รีบเข้าแจ้งความร้องทุกข์ เพื่อดำเนินคดีเอาผิดตามกฎหมาย โดยสามารถเข้าแจ้งความร้องทุกข์ หรือแจ้งเบาะแสที่น่าสงสัยได้ที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) หรือโทร. 1202

นอกจากนี้ ยังสามารถใช้แอปพลิเคชัน บนมือถือของดีเอสไอที่ชื่อว่า “DSI (กรมสอบสวนคดีพิเศษ)” ทั้งระบบ Android และ iOS เพื่อใช้ในการร้องเรียน ร้องทุกข์ แจ้งเบาะแส ได้อีกทาง

ขอบคุณข้อมูลจาก:https://money.kapook.com

Load More Related Articles
Load More By rukpost
Load More In เรื่องทั่วไป

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Check Also

5 วิธี ตัดใจจากคนมีเจ้าของ

วิธีตัดใจจากคนมีเจ้าของ… 1. คิดถึงใจเขาใจเรา ก็รู้อยู่ว่าเรื่องของความรู้สึกน่ะ มันเป็นเรื…