Home ชีวิต “แม่ครับพรุ่งนี้ผมจะถูกประหารแล้ว” คำพูดจากเด็กที่ไม่เคยโต เพราะแม่ชอบทำแบบนี้?

“แม่ครับพรุ่งนี้ผมจะถูกประหารแล้ว” คำพูดจากเด็กที่ไม่เคยโต เพราะแม่ชอบทำแบบนี้?

9 second read
0
0
372

ความรักของแม่ที่มีต่อลูกยิ่งใหญ่เสมอ แต่คุณแม่หลาย ๆ ท่าน แน่ใจแล้วหรือ? ว่าการเลี้ยงลูกของคุณไม่ได้เป็นการเลี้ยงดูลูกด้วย

ความรักของแม่ที่มีมากเกินเหตุ ย้อนกลับมาทำร้ายลูกโดยไม่รู้ตัว จนถึงขั้น ประหาร ลองอ่านบทความนี้เพื่อเป็นข้อคิด และเตือนใจ

คุณ เลี้ยงลูกผิดๆ จนถึงขั้น ประหาร

 

“แม่ครับ… ลูกชายคนนี้ของแม่จะถูกประหารในวันพรุ่งนี้แล้วนะครับ” ผมไม่รู้ว่าทำไมผมต้องกลายมาเป็นอย่างนี้ ผมได้แต่นึกถึงสิ่งที่

เกิดขึ้นในอดีต ตอนที่ผม 3 ขวบ ด้วยความซนของผมวิ่งเร็วเกินไปจนสะดุดก้อนหินจนหกล้ม แม่รีบวิ่งเข้ามากอดผมไว้ ปลอบผมไป

พลาง กระทืบเท้าไปที่หินก้อนนั้นไปพลาง “อย่าร้องนะลูกแม่ ไอ้ก้อนหินหน้าโง่ แกทำให้ลูกของชั้นหกล้มทำไม?” พอผมได้ฟัง

เดิมทีผมพยายามกลั้นเอาไว้แต่ก็ต้องร้องไห้ออกมา

แม่กำลังบอกผมว่า ที่ผมหกล้มความผิดอยู่ที่หินหน้าโง่ก้อนนั้น แต่ผมไม่รู้ว่าแม่พูดเพื่อปลอบใจผม เพื่อไม่ให้ผมร้องไห้ต่างหาก

 

ตอนที่ผมอายุได้ 4 ขวบ ผมเอาแต่จ้องดูทีวีโดยไม่ยอมลุกไปกินข้าว แม่เอาข้าวเดินมาป้อนให้ผมกินหน้าทีวี แม่ทำให้ผมรู้ว่า ผมไม่

ต้องลุกไปกินข้าวเองก็ได้ เดี๋ยวแม่ก็เอามาป้อนผมถึงที่ แต่ผมไม่รู้ว่าแม่กลัวว่าผมกินข้าวจะหกเลอะพื้น หรือไม่อยากซักผ้าที่เปื้อน

คราบอาหารของผมต่างหาก

ตอนที่ผมอายุได้ 6 ขวบ แม่พาผมไปซื้อของขวัญวันปีใหม่ แม่บอกผมว่าให้ซื้อได้อย่างเดียว ผมซื้อหุ่นยนต์เปลี่ยนร่างได้ แต่พอเห็น

เครื่องบินผมก็อยากได้เครื่องบินอีกลำหนึ่ง แม่บอกผมว่าไม่ได้ แม่จะซื้อให้เพียงอย่างเดียว ผมก็เลยนอนกลิ้งลงไปกับพื้นและ

ร้องไห้เสียงดังจ้า ต้องไห้จนแม่จ่ายเงินค่าเครื่องบินเสร็จผมจึงยอมหยุดร้องไห้ แม่กำลังสอนให้ผมรู้ว่า หากผมต้องการอะไรแล้วไม่

ได้ดั่งใจ ผมจะใช้ไม้ตายอย่างนี้กับแม่ และผมก็ชนะแม่ทุกครั้ง แต่ผมไม่รู้ว่าที่แม่ยอมผมนั้นก็เพราะแม่ไม่อยากขายขี้หน้าคนอื่นที่

กำลังยืนมองดูอยู่ต่างหาก

 

ตอนที่ผมอายุได้ 8 ขวบ ผมอยากจะลองซักเสื้อผ้าเอง แม่ก็กลัวว่าผมจะซักไม่สะอาด ผมอยากลองล้างจานเองบ้าง แม่ก็กลัวจาน

แตก ผมอยากจะลองยกกับข้าวไปวางที่โต๊ะ แม่ก็กลัวว่าน้ำแกงจะหกลวกมือผม แม่กำลังสอนผมว่ามีเรื่องราวที่ยุ่งยากและอันตราย

มากมายที่ผมไม่จำเป็นต้องเผชิญหรือเอาชนะ แต่ผมไม่รู้ว่าเพราะแม่ไม่อยากทำซ้ำในสิ่งที่ผมทำไปเมื่อสักครู่นี้เท่านั้นเอง

ตอนที่ผมอายุได้ 10 ขวบ แม่พาผมไปเรียนพิเศษวันละ 3 วิชา แถมยังเรียนดนตรีและอีก 2 อย่าง ทำให้ผมเหนื่อยล้าแทบขาดใจตาย

คาห้องเรียน แม่บอกกับผมว่า หากไม่เรียนหนักอย่างนี้ผมจะเก่งกว่าคนอื่นได้ยังไง แม่ทำให้ผมรู้สึกหวาดผวากับการเรียนหนังสือ

และห้องเรียนพิเศษ แต่ผมไม่รู้ว่าที่แม่กำลังทำอยู่นั้นก็เพื่อให้ผมดูโดดเด่นกว่าลูกพี่ลูกน้องทุกคนเท่านั้นเอง

 

ตอนที่ผมอายุได้ 13 ปี ผมเตะบอลใส่กระจกหน้าต่างของคนข้างบ้าน แม่พาผมไปขอโทษคนข้างบ้านพร้อมกับเงินจำนวนหนึ่ง

เป็นการยอมรับผิด แม่ทำให้ผมรู้ว่า หากเราทำผิดอะไร แค่กล่าวคำขอโทษและจ่ายเงินค่าเสียหายไปเรื่องราวก็จบลงทันที แต่ผม

ไม่รู้ว่าทำไมแม่ต้องก่นด่าคนข้างบ้านหลังจากกลับเข้าบ้านมาแล้วว่าเพราะพวกเขาที่ทำให้แม่ต้องจ่ายเงินไปโดยใช่เหตุ

 

ตอนที่ผมอายุได้ 15 ปี ผมบอกแม่ว่าผมอยากเรียนเปียโน แม่หยิบยืมเงินของญาติๆมาซื้อเปียโนให้ผมหลังหนึ่ง แต่หลังจากนั้น

เพียง1เดือน ผมก็ไม่เคยแตะเปียโนหลังนั้นอีกเลย แม่สอนให้ผมรู้ว่า ต่อให้เราไม่มีเงินเราก็ซื้อของตามอำเภอใจได้ แต่ผมไม่รู้เลยว่า

แม่ต้องจ่ายหนี้เป็นรายเดือนนานถึง 3 ปีจึงจะหมด

 

ตอนที่ผมอายุได้ 19 ปี แม่บอกให้ผมเรียนนิติศาสตร์ จบมาจะได้เป็นทนายความ ไม่เพียงแต่หาเงินง่าย ยังมีหน้ามีตาในสังคมด้วย

แม่สอนให้ผมรู้ว่า แค่ทำตามที่แม่กำหนดให้ชีวิตความเป็นอยู่ของผมก็จะดียิ่งๆขึ้นไป แต่ผมไม่รู้ว่าที่แม่ให้ผมเรียนนิติศาสตร์นั้นก็

เพื่อชดเชยความฝันอยากเป็นทนายความของแม่เท่านั้นเอง

 

ตอนที่ผมอายุได้ 20 ปี ผมขอแม่ซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่แทนเครื่องเก่าที่ล้าสมัยไปแล้ว ด้วยเหตุผลที่ว่าผมจะได้โทรหาแม่ทุกวัน

แม่ไม่ว่าอะไรสักคำ ออกไปกดเงินจากเอทีเอ็มให้ผมถึง1หมื่นบาทเพื่อซื้อโทรศัพท์ที่ผมอยากได้ แต่ทว่า ผมไม่เคยโทรหาแม่เลย

สักครั้งเดียว มีแต่แม่เท่านั้นที่เฝ้าโทรหาผมอยู่ทุกวัน ผมโทรหาใครนะเหรอ ก็โทรหาแฟนของผมนะสิ แม่สอนให้ผมรู้ว่า แม่คือตู้

เอทีเอ็มเคลื่อนที่ของผม แต่ผมไม่เคยรู้เลยว่าแม่เฝ้ารอโทรศัพท์อวยพรวันเกิดจากผมไม่รู้กี่ปีมาแล้ว

 

ตอนที่ผมอายุได้ 24 ปี แม่ใช้เงินฝากผมเข้าทำงานส่วนราชการของแม่ แม่สอนผมว่าคนที่ไม่เคยใส่ใจในการเรียนเอาเสียเลย จบมา

ก็มีงานทำดีๆได้แถมเป็นงานสบายเอาเสียด้วยสิ แต่ผมไม่รู้เลยว่าแม่ต้องขอร้องใครบ้างและใช้เงินไปกับเรื่องนี้เท่าไหร่

ตอนที่ผมอายุได้ 27 ปี ผมคบผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ก็ผมหน้าตาดี พวกผู้หญิงเหล่านั้นพอคบผมได้ไม่นานพวกเธอก็ขอเลิก พวกเธอบอก

ว่าผมไม่เอาถ่าน เป็นลูกแหง่ที่ไม่รู้จักโต พวกเธอบอว่าผมเป็นคนไม่มีความรับผิดชอบ แต่แม่ก็บอกกับผมว่า อย่าไปสนใจพวกหล่อน

เลย พวกหล่อนไม่ใช่เนื้อคู่ของผม พวกหล่อนไม่คู่ควรกับผมเลยสักนิด แม่สอนให้ผมรู้ว่า การที่พวกหล่อนพลาดจากผมไปเป็นความ

โชคร้ายของพวกหล่อน แต่ผมไม่รู้เลยว่าแม่พยายามวิ่งเข้าบริษัทจัดหาคู่ไม่รู้กี่แห่งเพื่อให้พวกหล่อนได้รู้จักกับผม

 

ตอนที่ผมอายุได้ 32 ปี ผมถูกรังควานจากเจ้าของบ่อนที่ผมไปเล่นเสียไว้ แม่โกรธจนล้มป่วยไปหลายอาทิตย์ แต่สุดท้ายแม่ก็เป็นคน

เข้าไปเคลียร์หนี้สินกับเจ้าของบ่อนเอง แม่สอนให้ผมรู้ว่า ไม่ว่าผมจะทำอะไรยังไงจะผิดหรือจะถูก แม่นี่แหละที่เห็นคนคอบรับผิด

แทนผมและเป็นคนแก้ไขปัญหาให้กับผมทุกครั้ง แต่ผมไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่าเงินทองเหล่านั้นคือเงินสะสมที่แม่ต้องการเก็บไว้ใช้ในช่วง

บั้นปลายของชีวิตแม่

 

ตอนที่ผมอายุได้ 35 ปี ผมไม่สามารถขอเงินจากแม่ได้อีกต่อไป ผมฆ่าคนเพื่อชิงทรัพย์ ศาลพิพากษาให้ประหารชีวิตสถานเดียว แม่

ได้แต่ก่นด่าสวรรค์ที่คอยแต่กลั่นแกล้งแม่ ทำให้แม่และผมต้องมาประสบกับเหตุการณ์ในวันนี้ได้อย่างไร

 

แม่ครับ ผมเพิ่งเข้าใจในวันนี้เอง เพราะคำว่ารักผมเพียงคำเดียวที่ทำให้แม่ขโมยทุกสิ่งไปจากผม มันทำลายชีวิตของผมตลอดมา มัน

ทำให้ผมเป็นคนที่เห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้และเห็นแต่ประโยชน์ส่วนตนโดยไม่เคยคำนึงถึงใครคนอื่นเลย ผมเพิ่งรู้ในวันนี้เองว่าผมไม่

เคยโตเป็นผู้ใหญ่แม้แต่วันเดียว ผมเพิ่งรู้ว่าการที่แม่รักผมในทางที่ผิดผลลัพธ์กลับย้อนกลับมาทำร้ายแม่และผมในวันนี้จนได้

แม่ครับ แม่ต้องดูแลตัวเองให้ดีนะครับ “พรุ่งนี้ผมก็ต้องถูกประหารแล้ว” ผมหวังว่าผมจะได้เรียนรู้การรับผิดชอบต่อสิ่งที่ผมเป็นคน

กระทำเองด้วยตัวผมเอง.. จากลูกคนนี้ที่ไม่เคยโตเป็นผู้ใหญ่แม้แต่เพียงวันเดียว

ขอบคุณ:http://p-mee.com/2018

Load More Related Articles
Load More By rukpost
Load More In ชีวิต

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Check Also

ความเหงาตอนโสด กับ มีคู่แต่รู้สึกเหงา อะไรน่ากลัวกว่ากัน?

การที่หญิงสาวจะได้พบกับผู้ชายดีๆคนหนึ่ง ไม่จำเป็นที่เธอจะต้องมีความเป็นผู้ใหญ่เพียงพอเพราะ…